พระเทพโกศล ประธานมูลนิธิฯ
สมาชิก

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
สถิติผู้เข้าชมเว็บ
เปิดเมื่อ13/01/2012
อัพเดท30/05/2018
ผู้เข้าชม7500085078
แสดงหน้า741816
รู้จักเว็บนี้จาก

โครงการผ้าไตรถวายพระภิกษุสามเณรที่ขาดแคลน

อ่าน 393
โครงการ สืบสานอารยธรรมลุ่มแม่น้ำขืน-แม่น้ำม้า
จาริกแสวงบุญ ถวายผ้าไตรจีวรเครื่องอัฏฐบริขาร ยารักษาโรค 
สัมผัสวิถีชีวิตชาวไทลื้อ เมืองลา ชาวไทดอย(ลัวะ)เมืองสามท้าว และชาวไทขืน
เมืองเชียงตุง

ณ เมืองเชียงตุง และเขตปกครองตนเองเมืองลาและเมืองสามท้าว รัฐฉาน 
ระหว่างวันที่ 27 พค. – 30 พค. 59
*********************
1. ชื่อโครงการ
     ผ้าไตรจีวรถวายเเด่พระภิกษุสามเณรที่ขาดเเคล

2. ผู้รับผิดชอบ  
            โครงการมูลนิธิการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง                 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ วัดสวนดอก พระอารามหลวง ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง เชียงใหม่


3. ระยะเวลาในการดำเนินการ
            - ทุกปีการศึกษา

4. ลักษะโครงการ
            - เป็นโครงการต่อเนื่อง

5.
 หลักการเเละเหตุผล
       พระภิกษุสามเณร  ถือเป็นบุคลากรที่สำคัญที่สุดของพระพุทธศาสนา  เพราะเป็นผู้สละเพศแห่งฆราวาสสู่ความเป็นสมณะศากยบุตรถือความบริสุทธิ์แห่งพรหมจรรย์ บำเพ็ญสมณธรรมเพื่อนำมาซึ่งความสุขสงบภายในและแผ่กระจายเป็นประโยชน์สุขต่อมหาชน(พหุชน หิตาย พหุชน สุขาย) ดังนั้น พระภิกษุสามเณรจึงมีหน้าที่หลักคือการศึกษาเล่าเรียนและสืบทอดพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ กล่าวคือต้องศึกษาเรียนรู้แล้วนำมาฝึกหัดปฏิบัติ และนำหลักที่ถูกต้องไปอบรมสั่งสอนเผยแผ่ให้แก่ศรัทธาประชาชนให้รู้และเข้าใจจนเป็นผู้ดำรงตนตามกรอบศีลธรรมที่ดีงาม 
หากแต่ในปัจจุบันจำนวนพระภิกษุสงฆ์ที่เป็นพุทธทายาทสืบทอดและสนองพุทธเจตนารมณ์ดังกล่าว กำลังขาดแคลนทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ อันเนื่องมาจากหลายเหตุหลายปัจจัย สาเหตุที่สำคัญประการหนึ่งคือความเปลี่ยนแปลงของสังคมภายใต้อิทธิพลของระบบทุนนิยมและบริโภคนิยม การบวชเพื่อศึกษาเล่าเรียนอุทิศชีวิตเพื่อสืบทอดพระศาสนาจึงลดน้อยถอยลงเป็นอย่างมาก
          ดังนั้น หากในวันนี้ เรามุ่งเน้นส่งเสริมการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณร โดยประสานกับระบบการศึกษาที่มีอยู่  เชื่อว่าจะสามารถสร้างเพชรเม็ดงามที่จะช่วยเป็นกำลังทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา  เป็นที่พึงพิงของสถาบันสงฆ์ในอนาคต นำความสุขสงบและสันติสู่บุคคล สังคมและประเทศชาติบ้านเมืองสืบต่อไป มูลนิธิการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ตระหนักถึงความสำคัญและจำเป็นดังกล่าว จึงมีมติอนุมัติโครงการรากแก้วพุทธทายาทขึ้น  เพื่อสร้างศาสนบุคคลให้ทำหน้าที่ดูแลศาสนธรรมและศาสนวัตถุ  สืบต่ออายุพระพุทธศาสนาให้ดำรงคงอยู่คู่กับมนุษยชาติสืบต่อไป


6.วัตถุประสงค์

1. เพื่อระดมทุน ให้เป็นกองทุน “พุทธทายาท” มุ่งสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
2. เพื่อสร้างพุทธทายาท ในการสืบสานและเผยแผ่พระพุทธศาสนาสู่กลุ่มชนในสังคม
3. เพื่อถวายทุนการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณรที่มีพุทธอุดมการณ์และสัมมาปฏิบัติ ที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาสงฆ์และสถาบันการศึกษาอื่นๆ
4.เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมพระภิกษุสามเณรที่ทำงานเพื่อประโยชน์ของพระศาสนา และสังคม
5. เพื่อเปิดโอกาสให้ศรัทธาประชาชนได้มีโอกาสทำบุญ

 


(ประวัติความเป็นมา)
นครเชียงตุง-เมืองลา-และเมืองสามท้าว

 

         นครเชียงตุง(ไทเขิน) - เมืองลา(ไทลื้อ)และเมืองสามท้าว(ไทดอย) เคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนาในอดีต จึงมีภาษา วัฒนธรรมและประเพณีที่คล้ายคลึงกับคนไทยภาคเหนือ ปัจจุบันชาวบ้านในแถบนี้ ยังคงรักษาวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ค่อนข้างสมบูรณ์ มีความเป็นอยู่ไม่ต่างจากชาวล้านนาเมื่อ ๕๐ ปีก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิถีชีวิตที่กลมกลืนกับพระพุทธศาสนา  อย่างไรก็ตาม สืบเนื่องจากสภาพเศรฐกิจและบ้านเมืองที่ยังไม่พัฒนา(ด้านวัตถุ)เท่าที่ควร เป็นเหตุให้พระภิกษุสงฆ์สามเณร ขาดแคลนซึ่งปัจจัยสี่ ทำให้สภาพความเป็นอยู่อัตคัดขัดสนเป็นอย่างมาก แม้แต่ไฟฟ้าวัดจำนวนมากยังไม่มีใช้ ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง มจร.วิทยาเขตเชียงใหม่ จึงดำเนินการโครงการจาริกแสวงบุญร่วมเกื้อหนุนพระพุทธศาสนา-ศากยบุตร ด้วยการทำบุญถวายผ้าไตรจีวรและยารักษาโรค  ในเมืองสามต้าว เหตุเพราะเป็นเมืองที่ไม่เปิดเป็นทางการจึงยังไม่มีนักท่องเที่ยวและผู้ที่จะเดินทางไปทำบุญเช่นเมืองอื่นๆ


กำหนดการเดินทาง

วันศุกร์ที่ ๒๗ (เยือนถิ่นชนชาวไทลื้อ เมืองลา)                                                                           
๐๕.๓๐ น. ออกเดินทางจากวัดสวนดอก มุ่งหน้าสู่แม่สาย/รับประทานอาหารเช้าที่แม่สาย      
๐๙.๓๐ น. พิธีการผ่านแดนเข้าสู่พม่า/มุ่งหน้าสู่นครเชียงตุง ผ่านเมืองโก ท่าเดื่อและหมู่บ้านชนเผ่าเป็นระยะๆ แวะรับประทานอาหารกลางวันที่เมืองพะยาก เพลิดเพลินกับความงดงามของธรรมชาติ แม่น้ำ ขุนเขาของดินแดนรัฐฉาน   
๑๕.๓๐ น. ถึงนครเชียงตุง จากนั้นเดินทางต่อไปสู่เขตปกครอง(ตนเอง)เมืองลา (เมืองลา เป็นเขตปกครองตนเองพิเศษที่ ๔ ของพม่า จึงต้องมีไกด์ท้องถิ่นนำทาง และเนื่องจากติดชายแดนจีนชาวบ้านจึงใช้เงินหยวนเท่านั้น)ห่างจากเชียงตุง ๘๐ กม. บนเส้นทางที่รัฐบาลจีนสร้างเพื่อขนส่งสินค้า ผ่านของหุบเขาน้อยใหญ่ที่สวยงามเป็นธรรมชาติ ผ่านหมู่บ้านชนเผ่าต่างๆเป็นระยะๆ/ผ่านเมืองม้า ซึ่งเป็นชุมชนไทลื้อที่ยังอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้อย่างเข้มแข็ง
๑๘.๐๐ น. ถึงเมืองลา เช็คอินเข้าโรงแรม / รับประทานอาหารตามอัธยาศัย / ชมเมืองลายามราตรี / พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันเสาร์ที่ 28 พค. 59 (ยืนเมืองลับแลไทดอย(ล๊วะ) เมืองสามท้าว)

๐๖.๐๐ น. ชมตลาดเช้าไทลื้อเมืองลา มีสินค้าพื้นเมืองและของชนเผ่าที่หลากหลายและแปลกๆ ให้เลือกจับจ่ายซื้อขายเป็นของที่ระลึก / รับประทานอาหารเช้า จากนั้นออกเดินทางสู่เมืองสามท้าวหรือสามต้าว เป็นเมืองของพี่น้องชนเผ่าลัวะ เป็นชนเผ่าที่เดียวกันที่เคยอาศัยอยู่เมืองเชียงใหม่ เชียงรายและเชียงตุง ล๊วะถือว่าเป็น ”ชาติพันธ์ไต” หรือ “ไท” เช่นกัน กล่าวกันว่าเมื่อครั้งที่พญามังราชเดินทัพมาถึงเมืองเชียงตุงชนชาวลัวะที่อาศัยอยู่ที่เชียงตุงเกรงกลัวต่อกองทัพพญามังราชจึงหนีขึ้นไปอยู่บนดอย ด้วยเหตุนี้ จึงมีชื่อเรียกชนเผ่านี้อีกชื่อหนึ่งว่า “ไทดอย” หรือ “ไตหลอย” ตามสำเนียงท้องถิ่น สิ่งที่พี่น้องชาวลัวะนำไปพร้อมกับการอพยพครั้งนั้นคือ “พระพุทธศาสนา” ดังจะเห็นว่า บนดอยบนเขาทุกที่ๆ มีชนชาวลัวะจะต้องมีวัดวาอารามดังเช่น วัดบ้านแงก-บ้านแสน เป็นต้น กล่าวเฉพาะ เมืองสามต้าว ปัจจุบันมีวัดอยู่ทั้งหมด ๔๓ วัด(ตามจำนวนของหมู่บ้าน)
เนื่องจากยังไม่เปิดให้ชาวต่างชาติไปท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ จึงทำให้ความบริสุทธิ์ของวิถีชีวิตของชาวบ้านยังคงเดิม เฉกเช่นเมื่ออดีตเหมือน ร้อยๆ ปีก่อน วัดแต่ละวัดที่แฝงฝังตัวอยู่ตามหุบเขา มีความสวยสดงดงามถูกสร้างรังสรรค์ขึ้นจากพลังแห่งศรัทธาของชนชาวล๊วะ เมื่อร้อยๆปีก่อน และอนุรักษ์สืบทอดกันต่อๆมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน ศิลปะที่ผสมผสานกันระหว่างล้านนา ลื้อและเขิน จึงทำให้ตัวพระวิหารและอาคารต่างๆ ของวัดมีความงดงามอลังการเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ บางวัดประดับด้วยกระจกสีทำให้สว่างไสว บางวัดใช้การลงรักปิดทองเหลืองอร่าม แต่บางวัดลงชาดสีแดงสดใส แต่ละวัดที่สัมผัสจะทำให้แขกผู้ไปเยี่ยมเยือน ตะลึงกับความงดงาม จะเอิบอาบปีติกับพลังแห่งศรัทธาและหน้าบุญที่มีโอกาสได้ไปสัมผัสกราบไหว้ครั้งหนึ่งในชีวิต
 รับประทานอาหารกลางวันบนดอนสามท้าว / ถวายผ้าไตรจีวรพร้อมทั้งบริวารเครื่องอุปโภค-บริโภคอื่นๆ ตามวัดต่างในเมืองสามท้าว/ ชมวิถีชีวิตพี่น้องลัวะและความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างเหนียวแน่นแท้จริง / เย็นเดินทางกลับเมืองลา/รับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคารจีน/จากนั้นเที่ยวชมบรรยากาศเมืองลาในยามราตรี ชอบปิ้งในตลาดกลางคืน Night Barsa พอสมควรแก่เวลา เช็คอินเข้าโรงแรมที่พัก / พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันอาทิตย์ที่ ๒๙ พค. ๕๙

๐๗.๐๐ น. รับประทานอาหารเช้า ชมชายแดนเมืองลาและจีนแผ่นดินใหญ่ /  เก็บภาพชายแดนของหลักกิโลเมตรที่ ๑ สู่ประเทศจีน สักการะพระธาตุจินตะหรือวัดพระธาตุหลวงเมืองลา(เจดีย์ทอง)หรือเรียกกันว่าวัดจินตะ เจดีย์มิตรภาพ จีน-พม่า ที่สวยงามมาก ด้านในพระเจดีย์  มีการจำลองสถานที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์-ท่องเที่ยวของแต่ละรัฐของพม่ามาแสดงไว้เสมือนว่าเราได้ไปเที่ยวทั่วประเทศพม่า  ท่านสามารถชมวิวทิวทัศน์ของเมืองลาและเขตเมืองสิบสองปันนาของจีน ที่สวยงามเป็นธรรมชาติจากนั้นออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองเชียงตุง เมื่อถึงเชียงตุงเข้ากราบสักการะพระเจ้าหลวง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองเชียงตุง เพื่อความเป็นสิริมงคล / / กราบนมัสการสมเด็จอาชญาธรรมพระเจ้า องค์ประมุขสงฆ์พระสังฆราชแห่งนครเชียงตุง ณ วัดราชฐานหลวงเชียงยืน และชมวิหารของวัดที่สร้างโดยเจ้าแม่ทิพย์วรรณ ณ เชียงตุง(ณ ลำปาง) พระชายาของเจ้าพรหมลือ ณ เชียงตุง อดีตเจ้าผู้ครองนครเชียงตุง พร้อมทั้งสักการะพระพุทธรูปโบราณปางดีดน้ำมนต์ / ชมหอคำหลวง(คุ้มเจ้าฟ้าเชียงตุงในอดีต) ที่ถูกทางรัฐบาลทหารพม่าทุบทำเป็นโรงแรม และหอเจ้าฟ้าที่ยังคงสะภาพเดิมอีกหลังหนึ่ง /กราบนมัสการพระครูบาสาม โชติโก เจ้าอาวาสวัดราชฐานหลวงหัวข่วง ซึ่งเป็นสำนักเรียนและศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาฝ่ายไทเขินพร้อมกับทอดถวายผ้าป่าสามัคคีเพื่อระดมทุนสมบททุนการก่อสร้างกุฏีสงฆ์ของวัด ชมการแสดงวัดฒธรรมและศิลปะการฟ้อนรำของชาวเชียงตุงและล้านนา
๑๗.๓๐ น. รับประทานอาหารค่ำ / กลับเข้าที่พักโรงแรม / พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันจันทร์ที่ ๓๐ พค. ๕๙

๐๖.๐๐ น. ถวายผ้าไตรจีวรและภัตตาหารเช้าจำนวน ๓๐๐ กว่ารูป ที่วัดธัมโมตะยะ
๐๗.๐๐ น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม /เช็คเอท์ / ชมหนองตุง(หนองน้ำ ๑ ใน ๙ หนองของเชียงตุง / / ซื้อของฝากที่กาดหลวงเชียงตุง เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองเชียงตุง มีสินค้าให้เลือกมากมายและหลากหลาย ทั้งสิ้นค้าในท้องถิ่น สินค้าจากพม่า จีนและไทย /ออกเดินทางกลับไทย ถึงแม่สายเวลาประมาณ ๑๖.๓๐ น. /  เดินทางกลับถึงเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ เวลาประมาณ ๒๑.๓๐ น.
 

สิ่งที่ควรนำติดตัวไป
ไฟฉาย / ยารักษาโรคประจำตัว / ร่ม / ของใช้ส่วนตัว / รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้ารัดส้น / ผ้าปิดจมูก /พัด และ เงินสดสำหรับใช้จ่าย(อัตราแลกเปลี่ยน ๑๐๐ บาท= ๓,๓๐๐ จ๊าด) / สิ่งของร่วมทำบุญเช่น เทียนเล่มเล็ก ยารักษาโรค(ยาพารา ยาธาตุน้ำขาว ยาหอม พาสเตอร์ปิดแผล) เสื้อผ้า ขนมเด็ก เป็นต้น


เอกสารประกอบการเดินทาง

  1. สำเนาบัตรประชาชน พร้อมลายเซ็น ๑ ชุด
  2. รูปถ่ายขนาด ๑ นิ้ว หรือ ๑ นิ้วครึ่ง จำนวน ๓ ใบ
  3. บัตรประชาชนตัวจริงให้นำไปในวันเดินทาง ห้ามลืม

ค่าใช้จ่ายเพื่อจาริกแสวงบุญ ๗,๐๐๐.- บาท(เจ็ดพันบาท) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดังนี้ 
(พักเดี่ยวเพิ่ม ๑,๕๐๐.- บาท)
  1. ค่าพาหนะตลอดการเดินทาง  ๒.ค่าที่พักโรงแรม  ๓. ค่าเอกสารผ่านแดนไทย และพม่า  ๔. ค่าธรรมเนียมเข้าประเทศพม่า(ค่าเหยียบแผ่นดิน)  ๕. ค่าผ่านด่านภายในประเทศพม่า ๖. ค่าไกด์ท้องถิ่นพม่าและเมืองลา-สามต้าว  ๗.ค่าผ่านแดนเขตปกครองตนเองเมืองลา  ๘. ค่าติดต่อประสานงาน  ๙. ค่าเข้าชมสถานที่


ติดต่อสอบถาม
มูลนิธิการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ห้อง Monk Chat  มจร.วิทยาเขตเชียงใหม่ (อยู่ระหว่างวิหารหลวงและโบสถ์พระเจ้าเก้าตื้อ) วัดสวนดอก ถนนสุเทพ ต.สุเทพ อ.เมือง เชียงใหม่  โทร. 086-6704579  และ 081 950 9109 Email:cmcm_cmk@hotmail.com                  Facebook: มูลนิธิการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง  www.mkmcu.net
 

หมายเหตุ : กำหนดการจาริกแสวงบุญนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของเวลาและสถานที่ ทั้งนี้จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของคณะญาติธรรมเป็นหลั
ก  ; สาธุ ขออนุโทนาบุญ

ปฎิทิน
November 2018
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
    
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30